วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

งูสวัดเกิดจากสาเหตุอะไร ติดต่อทางไหน แนวทางการรักษา

งูสวัดเกิดจากสาเหตุอะไร ติดต่อทางไหน แนวทางการรักษา


งูสวัดเกิดจากสาเหตุอะไร ติดต่อทางไหน แนวทางการรักษา
โรคงูสวัด เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยในประเทศไทย ซึ่งโรคนี้นั้นเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า วาริเซลล่า ซอสเตอร์ ไวรัส เป็นไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใสนั่นแหละ ดังนั้นอาการของงูสวัดจึงคล้ายกับอาการของโรคอีสุกอีใสมากเลยทีเดียว คือมีตุ่มใสๆ มีหนองข้างในขึ้นทั่วบริเวณร่างกาย แต่ความแตกต่างนั้นอยู่ที่ การที่เราจะเป็นโรคงูสวัดได้นั้น ต้องผ่านการเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน สำหรับอาการของโรคงูสวัดนั้นเป็นอย่างไร เรามาดูกันค่ะ
1. อย่างที่บอกว่าเมื่อเราได้รับเชื้อ วาริเซลล่า ซอสเตอร์ ไวรัส (Varicella Zoster Virus) เข้ามาสู่ร่างกายครั้งแรกนั้น มักจะทำให้เกิดอาการตัวร้อน มีผื่นและตุ่มหนองขึ้นทั่วร่างกาย ซึ่งก็คือโรคอีสุกอีใสนั่นเอง และเมื่อหายจากโรคนี้แล้วเราจะไม่เป็นโรคอีสุกอีใสนี้อีกเลยตลอดชีวิต แต่จะเป็นโรคงูสวัดแทน เพราะเชื้อไวรัสต้นเหตุนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายของเรา แต่หลบมุมอยู่ภายในระบบประสาท และไม่สามารถออกฤทธิ์ได้หากภูมิคุ้มกันของเรายังแข็งแรง ดังนั้นหนึ่งในวิธีป้องกันโรคงูสวัดที่ได้ผลดีที่สุดคือการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเอาไว้อยู่ตลอดเวลานั่นเองค่ะ
2. เริ่มแรกนั้นผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนโดยหาสาเหตุไม่ได้ เนื่องจากไวรัส วาริเซลล่า ซอสเตอร์ ไวรัสที่ซ่อนตัวอยู่ในระบบประสาทนี้ สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นมาได้จนเกิดเป็นอาการติดเชื้อ ทำให้เส้นประสารทเกิดการแสบร้อนหรือปวดจี๊ดๆ
3. หลังจากเกิดอาการปวดแสบมาได้ประมาณ 2-3 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการ ออกผื่นสีแดง และมีน้ำอยู่ข้างใน เรียงกันตามแนวเส้นประสาททั่วร่างกาย ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของชื่อโรคงูสวัด เพราะมันมีลักษณะยาวคล้ายงู ส่วนใหญ่มักจะปรากฏตามแขน ขา หรือเอว ซึ่งเมื่อเกิดเป็นตุ่มหนองแล้ว มักจะแตกออกและตกสะเก็ดหายไปได้ในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
4. เมื่ออาการภายนอกหายหมดแล้ว ผู้ป่วยบางคนอาจจะยังรู้สึกแสบร้อนภายในกล้ามเนื้ออยู่ ซึ่งก็แล้วแต่คน ทั้งนี้เพราะเจ้าไวรัสนั้นไม่ได้ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายนั่นเอง แต่มันถูกสะกดไว้ด้วยภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่ปรากฏอาการขึ้นมาอีกนั่นเอง
งูสวัดติดต่อทางไหน? การติดต่อของโรคงูสวัด สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัส โดยในผู้ที่ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใสจะทำให้เกิดอีสุกอีใส และหากเคยเป็นอีสุกอีใสแล้วก็จะทำให้โอกาสที่จะเป็นโรคงูสวัดเพิ่มมากขึ้น
สำหรับการรักษาโรคงูสวัดนี้ปัจจุบันมียาที่ชื่อว่า อะไซโคลเวียร์ (Aciclovir) ซึ่งมีทั้งแบบวัคซีนและแบบรับประทานโดยเจ้ายาตัวนี้จะมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ วาริเซลล่า ซอสเตอร์ไวรัส ไม่ให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นจนถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ผู้ป่วยที่จะรับประทานยานี้หรือฉีดยานี้เข้าสู่เส้นเลือดนั้น ควรได้รับคำสั่งจากหมอก่อน ดังนั้นเมื่อเกิดเป็นโรคงูสวัดขึ้น อันดับแรกที่ควรทำคือ ไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำนั่นเองค่ะ

-----------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค   http://www.facebook.com/108trick 
ติดตามกูรูด้านสุขภาพทางไลน์   http://line.me/ti/p/%40108trick
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม  http://goo.gl/oogIL8

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น